วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เบน บายาริน นักวิเคราะห์ตลาดไอทีคาดการณ์ เฟซบุ๊กเริ่มเสื่อมความนิยม

ประชาไท, 6 ธ.ค. 2554


ประชาไท - เบน บายาริน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และวิจัยผู้บริโภคเทคโนโลยี จากบริษัท Creative Strategies บริษัทวิเคราะห์การตลาดในซิลิคอนวัลเลย์ เขียนบทความวิเคราะห์ว่าเหตุใดเฟซบุ๊กซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก น่าจะเริ่มเสื่อมความนิยมลง

เพื่อนของผมจากเว็บ comScore แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผมว่า ในสหรัฐฯ เดือน ก.ย. 2554 ผู้ใช้เฟซบุ๊กใช้เวลาอยู่บนหน้าจอเว็บไซต์เฉลี่ยรวมแล้วคนละ 410 นาที ขณะที่ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้วเป็นจำนวน 287 นาที ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 42 นอกจากนี้แล้วในช่วงเดือน ก.ย. 2554 เฟซบุ๊กยังเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้บริโภคอินเทอร์เน็ตในสหรัฐฯ ใช้เวลามากถึงร้อยละ 14.7 ซึ่งถือว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับเว็บอื่น ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าเฟซบุ๊กเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วอะไรที่ทำให้ผมบ้าพอจะบอกว่าเฟซบุ๊กกำลังเริ่มเดินทางมาสู่จุดสิ้นสุด มาดูกันดีกว่า

สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้เรียนรู้จากการใช้ชีวิตอยู่ที่ซิลิคอนวัลเลย์ (สถานที่ทางตอนใต้ของซานฟรานซิสโก เป็นที่ตั้งของเหล่าบรรษัททางเทคโนโลยีไอทีจำนวนมาก) คือชีวิตทุกส่วนของคุณจะต้องอยู่กับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก บริษัทใหญ่ๆ มาแล้วก็ไปในเวลาที่สั้นมากๆ ยาฮู! เคยเป็นอย่างเดียวกับที่กูเกิลเป็นทุกวันนี้ มายสเปซ (Myspace-เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กของไมโครซอฟท์) ก็เคยเป็นอย่างเดียวกับที่เฟซบุ๊กเป็นทุกวันนี้ มีนวัตกรรมเกิดขึ้นตลอดเวลาและไม่เคยรั้งรอบริษัทใด

เรื่องนี้อาจจะถูกหรือผิดก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมเริ่มประเมินว่าเฟซบุ๊กได้ถึงจุดสูงสุดของมันแล้วจะเริ่ม มีผู้ใช้ลดลงนั้น มาจากตอนที่ผมพบว่าตัวเองใช้เฟซบุ๊กน้อยลงทุกวันๆ บางครั้งก็ไม่ใช้เลยเป็นหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ที่น่าสนใจคือผมเองพบว่าผู้คนในเครือข่ายของผมก็โพสต์น้อยลงเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการที่ผู้บริโภคเว็บไซต์กำลังประสบกับความอ่อนล้า ของเฟซบุ๊กก็เป็นได้

ไม่นานมานี้ผมได้ทำการสำรวจนักเรียนมัธยมปลายในซาน โฮเซ แล้วก็พบผลลัพธ์ที่น่าแปลกใจคือไม่ใช่ทุกคนที่ใช้เฟซบุ๊ก แต่คิดอีกทีหนึ่งมันก็อาจจะไม่น่าแปลกใจขนาดนั้นก็ได้เพราะแทบทุกคนก็บอกว่า พวกเขาแค่เบื่อเว็บนี้และใช้มันน้อยลง

คุณอาจจะเห็นการลดลงของจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นเรื่องน่าแปลกใจหรือไม่น่า แปลกใจก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้อินเทอร์เน็ตมากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่างเช่น เยาวชนจำนวนมากที่ผมเข้าไปสำรวจบอกว่าพวกเขาพร้อมแล้วสำหรับสิ่งอื่น จะว่าผมบ้าก็ได้ แต่ผมเชื่อสนิทใจว่าเฟซบุ๊กได้มาถึงจุดสูงสุดหรือไม่ก็ใกล้ถึงจุดสูงสุดของ มันแล้ว

ความคิดนี้ของผมเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่มีข่าวว่าเฟซบุ๊กเตรียมเปิดเสนอ ขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) แต่ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่เฟซบุ๊กกำลังเผชิญปัญหาการถูกกดดันจากคณะ กรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) ในเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว เหตุการณ์ทั้งสองอย่างนี้ตั้งอยู่คนละขั้วและสามารถนำมาใช้ในการถกเถียงได้ ไม่ว่าจะจากฝ่ายที่เห็นว่าจะยังคงมีอำนาจอยู่ในระยะยาวหรือจากฝ่ายที่เห็น ตรงกันข้าม

ถ้าหากคุณเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กมานานกว่าสองสามปีที่แล้ว ลองคิดย้อนไปว่าคุณเคยใช้เฟซบุ๊กอย่างไรในช่วงแรก คุณก็คงจะจำได้ว่าคุณใช้มันบ่อยมากและใช้มันเป็นเวลานาน ช่วงเวลาที่ใช้ไปนั้นเป็นการใช้พบปะกับเพื่อนฝูง คนในครอบครัว หรือใช้ค้นหาเพื่อนเก่า ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของเฟซบุ๊ก แม้กระทั่งกับผู้ใช้หน้าใหม่ก็ยังคงใช้มันในแบบเดียวกันเป็นเวลานาน

แต่พอถึงจุดหนึ่งการใช้เฟซบุ๊กเริ่มกลายเป็นการจัดการโปรไฟล์และเช็คข่าวสาร ลวกๆ แทนการใช้เป็นเวลานาน แม้ว่ามันไม่ใช่เรื่องแย่ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีนักสำหรับเฟซบุ๊กที่ต้องการรองรับธุรกิจขนาดใหญ่และมี คุณภาพ

ผมไม่แน่ใจว่าทำไมผู้บริโภคถึงเริ่มใช้เฟซบุ๊กเป็นเวลานาน แล้วก็เริ่มลดจำนวนลง แต่ผมเชื่อว่ามันต้องเกี่ยวกับจำนวนของเพื่อนในเครือข่าย แบรนด์สินค้า สมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน และแบรนด์ของแฟนเพจด้วยแน่ๆ เมื่อสิ่งเหล่านี้มีจำนวนมากขึ้น เฟซบุ๊กเริ่มกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่มากจนล้นเกิน และมีข้อมูลที่ไม่ได้น่าสนใจหรือไม่เกี่ยวกับตัวผู้ใช้กองระเกะระกะเต็มไป หมด

ในช่วงที่ผ่านมา การทดสอบโปรแกรมแอพลิเคชั่นที่มีลู่ทางการเข้าถึงเครือข่ายทางสังคมในรูปแบบ ที่ต่างออกไป ค่อยๆ ทำให้ผมเชื่อว่าเฟซบุ๊กกำลังเจอปัญหาแล้ว หนึ่งในโปรแกรมเหล่านั้นคือ Path ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีให้ใช้มาราวปีหนึ่งแล้ว แต่มันเพิ่งมีการอัพเดทครั้งใหญ่ซึ่งทำให้มันดูน่าใช้มากขึ้น

คอนเซปต์หลักของ Path คือการที่มันจำกัดจำนวนคนที่คุณสามารถเป็นเพื่อนด้วย ซึ่งหมายความว่าคุณจะเชื่อมต่อกับคนที่คุณรู้สึกใกล้ชิดจริงๆ เท่านั้น ซึ่งในความเห็นผมแล้วนี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว เพราะมันเป็นสิ่งที่ 'น้อยแต่มาก' (Less being More) โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อการแลกเปลี่ยนทางสังคมกับผู้คนที่ใกล้ชิดกับ ชีวิตคุณมากที่สุด และได้รับการตอบรับตามที่สัญญาเอาไว้

แม้กระทั่ง Xbox Live ซึ่งเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับผู้เล่นเกมของ Xbox ก็ให้ภาพของคนที่มีความสนใจร่วมกันได้ใช้เวลาแลกเปลี่ยนสื่อสารกัน

เว็บ Pinterest ก็เป็นอีกเว็บหนึ่งที่ผมได้ยินมาว่าสามารถดึงเวลาของผู้ใช้จากเฟซบุ๊กไปได้ เล็กน้อย เว็บนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วมาก มันมีลักษณะเฉพาะในการนำเสนอความสนใจต่างๆ ของบุคคล โดยรวบเอาการพบปะทางสังคมเอาไว้ด้วย

สิ่งที่บริการทั้งหลายเหล่านี้เหมือนกันคือการเน้นไปที่อะไรเฉพาะตัว แทนการพยายามเอาใจทุกๆ คน ซึ่งอาจจะกลายเป็นสิ่งที่สร้างความยุ่งเหยิงให้เฟซบุ๊กเองในที่สุด ความจริงผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่าการจัดการกับเพื่อนจำนวนหลายร้อยหลายพันคน ก็คงทำให้หลายคนหงุดหงิด ดังนั้นบริการตัวอื่นๆ ที่ผมได้พูดถึงไปนั้นดูน่าใช้และอีกนัยหนึ่งก็ดึงคนออกมาจากเฟซบุ๊กได้

ผมได้ทำการสำรวจปัจจัยแวดล้อมและคอยจับกระแสซึ่งเป็นหนึ่งในงานของผมในฐานะ นักวิเคราะห์ตลาด ผมมองเห็นว่าการใช้เฟซบุ๊กน้อยลงนั้นเป็นกระแสที่สำคัญมาก เมื่อนำมาพิจารณาตามบริบทรวมกับเห็นว่ามีบริการใหม่นำเสนอตัวเองอยู่ทุกวัน แล้ว คุณก็จะเห็นว่าทำไมผมถึงถามคำถามนี้ เฟซบุ๊กอาจจะถึงเวลาของตัวเองแล้ว

แน่นอนว่าในตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึง และเฟซบุ๊กยังสามารถเสนอนวัตกรรมและทำให้ยุ่งเหยิงในตัวมันเอง แต่โซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีการเน้นอะไรเฉพาะตัวมากกว่า อาจจะน่าสนใจกว่าสำหรับผู้บริโภคในอนาคต

ที่มา

The Beginning of the End for Facebook?, Ben Bajarin, 05-12-2011

Apple แพ้คำสั่งห้ามขาย Samsung

Lee Kaelin, techspot.com, 5 ธ.ค. 2554


techspot.com – คดีพิพาทล่าสุดระหว่าง Apple และ Samsung ในศาล San Jose, California เมื่อสุดสัปดาห์นี้ ในเดือนเมษายน Apple ฟ้อง Samsung ด้วยข้อหา “ลอกเลียนรูปลักษณ์และความรู้สึก” ของ iPhone และ iPad ในผลิตภัณฑ์ Galaxy ทั้งโทรศัพท์ และแท๊บเลต จากนั้นได้ขยายไปอีก 13 รุ่น เช่น Galaxy Tab 10.1, Nexus S และ Droid Charge การไต่สวนเต็มกำหนดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 แต่ Apple ผลักดันคำสั่งห้ามขายอุปกรณ์ที่มีข้อพิพาทในสหรัฐก่อนจะถึงวันไต่สวน

อย่าง ไรก็ตาม Lucy Koh ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ปฏิเสธคำขอของ Apple โดยระบุว่า เป็น “การแก้ไขให้ถูกต้องเกินกว่าปกติ” ในการตัดสินใจ เธอกล่าวว่า เธอไม่ได้รับการโน้มน้าวถึง Apple จะสูญเสียจากอันตรายถึงขั้นแก้ไขไม่ได้ จึงควรให้ Samsung ขายต่อไประหว่างคดีอยู่ในชั้นศาล เธอกล่าวต่อไปว่า “ตามหลักฐานที่ Samsung ให้มา ดูเหมือนว่าผู้ได้ประโยชน์จากคำสั่งห้ามนี้จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่น”

แถลงการณ์สนับสนุนจากผู้ให้บริการสหรัฐ T-Mobile และ Verizon ไม่ได้ทำให้การตัดสินของศาลโอนเอน ผู้กล่าวนั่นจะทำให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ “ละเมิดสิทธิบัตรของ Apple นี่เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้สำหรับหุ้นส่วนที่สามที่ได้ประโยชน์จากการกระทำ นอกกฎหมายของ Samsung มากกว่าผลประโยชน์ของ Samsung เอง”

ผู้พิพากษา Koh ให้ความเห็นว่า เธอสงสัยว่า Samsung ละเมิดสิทธิบัตรของ Apple แต่นี่เป็นภาระของผู้ทำ iPhone และ iPad ต้องพิสูจน์ความมีเหตุผลของสิทธิบัตรตามที่เสนอ “ขนาดสามารถเป็น handheld จอภาพที่มีสัดส่วนใหญ่กว่าของด้านหน้าของสมาร์ทโฟน และลำโพงที่ด้านบนของด้านหน้า” มีส่วนการทำงานมากกว่าที่มีเหตุผล ซึ่งความสวยงามไม่จำเป็นและดังนั้นจึงเป็นอนุญาตตามกฎหมายตามการตัดสินของ Koh

Samsung อาจจะแพ้ศาลในปีหน้า แต่สามารถหลีกเลี่ยงการตัดสินโดยออกแบบอุปกรณ์ที่พิพาทใหม่ เหมือนกับความพยายามที่ทำในเยอรมันเพื่อหลบเลี่ยงการห้ามขายที่นั่น

ในบันทึกที่เกี่ยวข้อง สุดสัปดาห์ที่แล้ว ศาลสูงออสเตรเลียลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์คว่ำคำสั่งห้ามขายที่สั่งโดยผู้ พิพากษา Bennett ในการห้ามการขาย Samsung Galaxy Tab 10.1 ในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม Apple สามารถขยายคำสั่งห้ามออกไปเจ็ดวันเพื่อเตรียมการอุทธรณ์

 <iframe src="http://rcm.amazon.com/e/cm?t=widebase-20&o=1&p=8&l=as1&asins=B0051VVOB2&ref=tf_til&fc1=000000&IS2=1&lt1=_blank&m=amazon&lc1=0000FF&bc1=000000&bg1=CCCCCC&f=ifr" style="width:120px;height:240px;" scrolling="no" marginwidth="0" marginheight="0" frameborder="0"></iframe>

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Kindle Fire เป็นที่สองตามหลัง iPad

Matt Hamblen, Computer World, December 2, 2011

Computerworld - Kindle Fire ของ Amazon ได้รับการคาดว่ามีสัดส่วน 14% ของตลาดแท๊บเลตทั่วโลกในไตรมาสที่สี่ อยู่ในตำแหน่งที่สองตามหลัง iPad ของ Apple ด้วยสัดส่วน 65% ตามรายงานการวิเคราะห์โดยบริบัทวิจัยการตลาด HIS

การประเมินเบื้องต้นแสดงว่า Kindle Fire ส่งออก 3.9 ล้านเครื่องในสิ้นปีนี้ ขณะที่ iPad ส่งออก 18.6 ล้านเครื่องสำหรับทั้งไตรมาส การประเมินทั้งคู่อยู่ภายในการพยากรณ์ของนักวิเคราะห์อื่น

ตัวเลขจำหน่ายของ Kindle Fire ซึ่งส่งออกเมื่อ 14 พฤศจิกายน ทำให้ขึ้นสู่คู่แข่งสูงสุดของ iPad ขณะที่ Samsung ด้วยแท๊บเลตรุ่น Galaxy ได้รับการคาดว่าจะเป็นอันดับสามด้วยสัดส่วน 4.8% และส่งออก 1.37 ล้านเครื่อง

Barnes & Noble ซึ่งเปิดตัว Nook Tablet เมื่อเร็วๆนี้ ในสัปดาห์เดียวกับ Kindle Fire มาอันดับที่สี่ด้วยสัดส่วน 4.7% และส่งออก 1.32 ล้านเครื่อง ตามการประเมินของ IHS

ผลกระทบด้านการตลาดของ Kindle Fire ทำให้ IHS เพิ่มการพยากรณ์การส่งออกแท๊บเลต โดยรวม IHS กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ได้เพิ่มการพยากรณ์แท๊บเลต 7.7% สำหรับปี 2554 ด้วยการส่งออก 64.7 ล้านเครื่อง

ด้วยราคา 199 เหรียญ Kindle Fire ดึงดูดผู้ซื้อแท๊บเลตกลุ่มใหญ่ เมื่อเปรียบเทียบกับ iPad ของ Apple ที่มีราคาเริ่มต้น 499 เหรียญ Nook Tablet มีราคา 249 เหรียญ

IHS คาดว่าราคาของ Kindle Fire จะช่วยผลักดันให้ราคาของ iPad2 ต่ำลง เมื่อ Apple เปิดตัว iPad3 ในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์นั้นอาจจะเกิดขึ้นโดยปราศจากการเข้ามาของ Kindle Fire เมื่อ Apple ลดราคา iPhone3 เมื่อเปิดตัว iPhone4 มีการลดราคา iPhone4 เมื่อเปิดตัวรุ่น 4S


 <iframe src="http://rcm.amazon.com/e/cm?t=widebase-20&o=1&p=8&l=as1&asins=B0051VVOB2&ref=tf_til&fc1=000000&IS2=1&lt1=_blank&m=amazon&lc1=0000FF&bc1=000000&bg1=CCCCCC&f=ifr" style="width:120px;height:240px;" scrolling="no" marginwidth="0" marginheight="0" frameborder="0"></iframe>

Western Digital ฟื้นฟูการผลิตในประเทศไทยบางส่วน

Jose Vilches, techspot.com, December 2, 2011

techspot.com - Western Digital ฟื้นฟูการผลิตบางส่วนที่โรงานผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟแห่งหนึ่งในประเทศไทยหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้ากำหนดการ ตามการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ บริษัทได้เพิ่มประมาณการรายได้สำหรับไตรมาสปัจจุบันตามผลลัพธ์ โดยปัจจุบันคาดว่าจะทำได้ประมาณ 48,000 ล้านบาท (1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ) แทนที่ 30,150 ล้านบาท (1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ) ถึง 37,500 ล้านบาท (1,250 ล้านเหรียญสหรัฐ) จากการประเมินก่อนหน้านี้ เมื่อเกิดน้ำท่วมในประเทศนี้ เร็วๆนี้

“งานส่วนใหญ่ยังคงทำได้ แต่เราไม่สามารถได้รับพอใจมากกว่านี้ด้วยความพยายามและผลลัพธ์จนถึงขณะนี้ รวมถึงการสนับสนุนมากมายจากหุ้นส่วนผู้ส่งสินค้าและลูกค้า” John Coyne ซีอีโอของ Western Digital กล่าว “ความหลงใหล ความอุตสาหะ ความเฉลียวฉลาด และการดำเนินการ โดยทีมงาน Western Digital เป็นสิ่งเกินปกติและทำให้เรามีความก้าวหน้าเพียงพอต่อการฟื้นฟูการปฏิบัติงานบางส่วนของเราในประเทศไทย”

การปฏิบัติงานอื่นยังคงอยู่ภายใต้น้ำสูง 2 ฟุต แต่ได้รับการคาดว่าจะดูดให้แห้งภายใน 10 วัน หลังจากนั้น พวกเขาจะทำความสะอาดและตกแต่งใหม่ ปฏิบัติการทำความสะอาดทั้งหมดคาดว่า Western Digital มีต้นทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ตามรายงานของการลงทะเบียน ซึ่งมีความค่าเสียหายระดับต้นจากผลกระทบน้ำท่วมที่คาดว่าประมาณ 6,750 ล้านบาทถึง 8,250 ล้านบาท

ถึงแม้ว่าจะมีความยากลำบากในประเทศไทย ที่บริษัทมีฐานการผลิต 60% นักลงทุนแสดงความสนใจอย่างมากอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการเพิ่มประมาณการรายได้ เมื่อหุ้นกระโดดขึ้น 12% เป็น 32.76 เหรียญสหรัฐต่อหุ้น ในการซื้อขายช่วงเช้า

บริษัทกล่าวอีกว่า กำลังทำงานให้พบกับความต้องการของกรรมาธิการยุโรปสำหรับการควบกิจการ Hitachi GST แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวหัวข้อนี้ ล่าสุด ความเสียหาย 15,750 ล้านบาทที่ได้รับคำตัดสินให้จ่ายกับ Seagate นั้น Western Digital กล่าวว่านี่จะกำลังท้าทายอย่างจริงจังกับการตัดสิน

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Microsoft เตรียมพร้อม Office สำหรับ iPad

Jay Greene, cnet.com, November 29, 2011

cnet.com – Microsoft กำลังจัดทำ Microsoft Office เวอร์ชันสำหรับการทำงานบน iPad ของ Apple ตามรายงานของ The Daily

ช่องทางข่าวด้าน iPad อ้าง “แหล่งข่าว” รายงานว่า Microsoft กำลังปรับ Office สำหรับเครื่อง tablet ของ Apple การพัฒนา app สามารถเสร็จก่อนเวอร์ชันต่อไปสำหรับ Mac ซึ่งคาดว่าจะเสร็จปลายปีหน้า

Microsoft ไม่ได้ความเห็นโดยตรงกับรายงานนี้

“เราได้ส่ง Office บนหลายแพล็ตฟอร์มและอุปกรณ์ และยืนยันถึงการขยายในอนาคต แต่ไม่มีสิ่งใดจะแบ่งปันในวันนี้” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์

Microsoft ได้เสนอ app จำนวนหนึ่งสำหรับทั้ง iPad และ iPhone รวมถึง Bing และ Windows Live Messengerด้วย การสร้าง Office สำหรับ iPad สามารถช่วยความคาดหวังในสภาพแวดล้อมการทำงานของอุปกรณ์นี้ ตลาดที่กำลังโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลราคาแพง

Microsoft กำลังยุ่งกับ Windows 8 เวอร์ชันต่อไปของระบบปฏิบัติการเรือธง สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แท๊บเลต แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเวอร์ชันสัมผัสของ Office ที่จะเรียกใช้บนอุปกรณ์เหล่านั้น

Apple แนะนำ iWork ซอฟต์แวร์สำนักงานของตัวเอง เป็น app ส่วนบุคคลสำหรับ iPad ในเดือนมีนาคม ปีที่แล้ว ชุดนี้ประกอบด้วย Pages, Keynote และ Numbers เหมือนกับที่ Apple เสนอให้ผู้ใช้ Mac OS X ทั้งสาม app สามารถเปิดและส่งออกไฟล์ Microsoft Office ที่ตรงกับซอฟต์แวร์ Word, PowerPoint และ Excel โดย Apple ให้วิธีมองไฟล์เหล่านี้ตามธรรมชาติในโปรแกรมประยุกต์อีเมล์ที่ประกอบติดของตัวเอง

The Daily รายงานว่า Office สำหรับ iPad app จะมีราคาประมาณ 10 เหรียญสหรัฐ เท่าจำนวนรวมของค่าโปรแกรมที่ Apple เก็บสำหรับ iWork สำหรับ iPad app

Lenovo พุ่งขึ้นท้าทาย HP ในตลาดพีซี


Sharon Gaudin, Computer World, November 30, 2011

Computerworld – การพุ่งขึ้นของ Lenovo ในตลาดผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล Hewlett-Packard (HP) กำลังเผชิญท้าทายจริงจังต่อตำแหน่งหมายเลขหนึ่งที่ครองมายาวนาน

Lenovo มีการเติบโตด้านการส่งออกเครื่องพีซีเข้มแข็ง จนเคลื่อนตัวแซงหน้า Dell ในไตรมาสที่สามและเริ่มโจมตี HP ตามรายงานของ IHS iSuppli

นี่เป็นการเคลื่อนไหวน่าประทับใจสำหรับบริษัทที่อยู่ตำแหน่งที่สี่เมื่อเร็วๆนี้ในไตรมาสแรกของปีนี้

ถึงแม้ว่า ความจริงที่ตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเติบโตเพียง 5.5% ในไตรมาส 3 แต่ Lenovo มาด้วยการเติบโตแข็งแกร่งที่ 14.5% และเพิ่มการส่งออกจาก 10.9 ล้านเครื่องในไตรมาสก่อนเป็น 12.5 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้

Lenovo ครองส่วนแบ่งตลาด 13.9% ของการส่งพีซีทั่วโลก เพียง 4.2% ต่ำกว่า HP ผู้นำตลาด

นั่นเป็นการแข่งม้าที่บีบรัด HP ที่เคยประสบในช่วงไม่กี่ปีนี้ ตามรายงานของ iSuppli กล่าวว่า การท้าทายของ Lenovo นำเสนอความใกล้ชิดที่ผู้ผลิตเครื่องพีซีรายต่างๆ ที่เข้ามาช่วงชิงตำแหน่งผู้นำจาก HP ตั้งแต่ไตรมาสสองของปี 2551 เมื่อมาใกล้ภายใน 2.7%

“Lenovo ยังความเข้มแข็งด้านอุปาทานต่อไปสำหรับเครื่องพีซี ในตลาดบ้านของจีน” Matthew Wilkins หัวหน้านักวิเคราะห์ iSuppli กล่าวในแถลงการณ์ “ขณะที่ ยอดขายเครื่องพีซีในสหรัฐ ยุโรป และหลายภูมิภาคกำลังตกต่ำเพราะเงื่อนไชทางเศรษฐกิจอ่อนแอและการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากเครื่องแท๊บเลต เครื่องตั้งโต๊ะและเครื่องโน้ตบุ๊กยังร้อนแรงในประเทศจีน นี่ทำให้ Lenovo เติบโตภายนอกสหรัฐและนำไปสู่ตำแหน่งต่อสู้กับ HPสำหรับผู้นำตลาด”

รายงานวันนี้จาก iSuppli สะท้อนข้อมูลของ Gartner บริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรมที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม

Gartner บันทึกเมื่อเดือนที่แล้วว่า Lenovo พุ่งขึ้นในไตรมาสสาม เพื่อครองตำแหน่งที่สองของ Dell ด้วย “การตลาดแข็งกร้าว” ของ Lenivo ด้านความน่าเชื่อถืออย่างสูงทั้งในตลาดองค์กรขนาดใหญ่และผู้บริโภคสำหรับการเคลื่อนไหวของบริษัท

HP อาจจะสุกงอมสำหรับการท้าทายด้วยความยุ่งเหยิงที่ผสมเข้ามาในการตกลงครั้งนี้

ในเดือนสิงหาคม HP ประกาศว่ากำลังพิจารณาตัดแบ่งธุรกิจการผลิตเครื่องพีซี ขณะที่ HP พิจารณาใหม่และตัดสินใจรักษาธุรกิจนี้ ด้วยความเป็นไปได้ในการสร้างการขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมนี้

Michael Dell ซีอีโอของ Dell กล่าวต่อมาว่า ความสับสนที่ HP เป็นสาเหตุให้อุตสาหกรรมนี้สร้างโอกาสสำหรับผู้ผลิตเครื่องพีซีรายอื่น

“ความไม่แน่นอนใดๆ หรือความสับสนที่มีอยู่คือโอกาส” Dell กล่าวใน Web 2.0 Summit ใน San Francisco เมื่อเดือนคุลาคม “ไม่มีคำถาม เราเห็นโอกาสสำคัญจากสิ่งกำลังเกิดขึ้นที่นั่น (ที่ HP) ลูกค้าคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอีกปีหรือสองปี และนั่นกัดกร่อนความเชื่อมั่น”

Android, iPhone ยังคงนำสมาร์ทโฟนในสหรัฐ


Matt Hamblen, Computer World, 29 พ.ย. 2554

Computerworld – Android ยังคงนำระบบปฏิบัติการของผู้ใช้โทรศัพท์สหรัฐในไตรมาส 3 ขณะที่ Apple ยังคงเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุด ตามรายงานของ Nielsen เมื่อวันอังคาร

Android ครองสัดส่วน 42.8% ของตลาดสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ Android จาก HTC มีส่วนแบ่งตลาด 15% โทรศัพท์ Samsung Android มีส่วนแบ่งการตลาด 10.1% และ Motorola Android มี 10.4% โทรศัพท์ Android จากบริษัทอื่นมีส่วนแบ่ง 7.2%

iPhone ของ Apple ที่ใช้ iOS นำหน้าในฐานะผู้ผลิตด้วยสัดส่วน 28.3% ของตลาดสมาร์ทโฟน ส่วน Research In Motion ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ BlackBerry มีสัดส่วนใหญ่เป็นที่สองที่ 17.8% แพล็ตฟอร์ม Windows Mobile และWindows Phone 7 มีสัดส่วน 6.1% ฐานของ Neilsen เป็นการสำรวจผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสหรัฐ 22,200 คน

ผู้ใช้ Android และ iPhone รวมกัน 71% ของตลาด Nielsen พบว่าสองกลุ่มนี้ดาวน์โหลด 83% ของ apps ทั้งหมดที่มีการดาวน์โหลดในช่วง 30 วัน

Nielsen บอกว่า ร้อยละสี่สิบสี่ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในสหรัฐมีสมาร์ทโฟน สำหรับช่วงไตรมาสที่สอง Nielsen บอกว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 40% เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน และ 40% ใช้อุปกรณ์ Android ตัวเลขนี้ต่ำกว่าผลลัพธ์ของรายงานไตรมาสที่สาม ในกรอบเวลาไตรมาสที่สอง iPhone มีสัดส่วนตลาด 28% และอุปกรณ์ BlackBerry มี 19%